ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรกินอะไรเพื่อให้อาการดีขึ้น?

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรกินอะไรเพื่อให้อาการดีขึ้น?

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นโรคเรื้อรังที่พบบ่อยและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในสังคมปัจจุบันครับ นอกจากการทานยาและการตรวจเช็กระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอแล้ว การรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการถือเป็นปัจจัยชี้ขาดในการควบคุมโรคและป้องกันภาวะแทรกซ้อน แล้วผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรกินอะไรเพื่อให้อาการดีขึ้น และมีอาหารอะไรบ้างที่ต้องหลีกเลี่ยง เรามาดูรายละเอียดกันในบทความนี้ครับ

 

1. โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และภาวะแทรกซ้อนของโรค

โรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกิดจากภาวะที่ร่างกายดื้อต่ออินซูลินหรือความสามารถในการผลิตอินซูลินลดลง ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างเรื้อรัง สิ่งที่น่ากังวลคือโรคนี้มักดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ โดยแทบไม่แสดงอาการชัดเจนในช่วงแรกเริ่ม

หากควบคุมได้ไม่ดี โรคเบาหวานชนิดที่ 2 อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายหลายอย่าง เช่น:

  • ภาวะแทรกซ้อนทางหัวใจและหลอดเลือด: ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดแข็งตัว โรคหลอดเลือดสมอง
  • ภาวะแทรกซ้อนทางไต: ไตวายเรื้อรัง จนถึงขั้นต้องฟอกไต
  • ภาวะแทรกซ้อนทางตา: จอประสาทตาเสื่อม ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลง ตาบอด
  • ภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาท: อาการชาตามมือและเท้า สูญเสียความรู้สึกสัมผัส

ดังนั้น การวางแผนการกินอาหารที่เหมาะสมจึงไม่เพียงแต่ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดคงที่ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้อย่างมาก

2. ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรกินอะไร?

สำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 หลักการทั่วไปคือเน้นทานอาหารที่มีกากใยสูง มีค่าดัชนีนํ้าตาลตํ่า และอุดมไปด้วยสารอาหาร แต่ต้องมีน้ำตาลและไขมันเลวน้อย

2.1. ผักใบเขียว

ผักใบเขียวถือเป็น “ตัวช่วย” อันดับหนึ่งสำหรับคนเป็นเบาหวานชนิดที่ 2 เพราะมีกากใยสูงและให้พลังงานต่ำมาก เส้นใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุในผักใบเขียวจะช่วย:

  • ชะลอการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด
  • ลดภาวะน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงหลังมื้ออาหาร
  • ทำให้อิ่มนานขึ้น ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก

ผักที่ควรทานเป็นประจำ:

  • ผักใบเขียวเข้ม: ผักโขม ผักหวานบ้าน ผักกาดเขียว
  • ผักตระกูลกะหล่ำ: บรอกโคลี กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ
  • ผักที่มีแป้งน้อย: บวบ ฟักเขียว แตงกวา มะเขือเทศ

ผู้ป่วยควรทานผักในทุกมื้อหลัก โดยเน้นการต้ม นึ่ง หรือทานสดเป็นสลัด และหลีกเลี่ยงการผัดที่ใช้น้ำมันเยอะๆ

2.2. เบาหวานชนิดที่ 2 ควรกินอะไร? – ผลไม้ชนิดต่างๆ

ผลไม้เป็นแหล่งวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ผู้ป่วยเบาหวานต้องเลือกให้ถูกชนิดและทานในปริมาณที่เหมาะสม ควรเน้นผลไม้ที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำถึงปานกลาง ทานพอประมาณ และไม่ควรทานตอนท้องว่าง…

ผลไม้ที่เหมาะสม ได้แก่: แอปเปิล สาลี่ ส้มโอ ส้ม ฝรั่ง สตรอว์เบอร์รี แก้วมังกร…

ควรทานแบบเป็นลูกเคี้ยวสดแทนการคั้นน้ำเพื่อรักษากากใยไว้ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการทานคือหลังมื้อหลักหรือเป็นอาหารว่าง ส่วนผลไม้ที่หวานจัด เช่น ทุเรียน ขนุน มะม่วงสุก ลำไย… ควรจำกัดให้มากที่สุด

2.3. ถั่วและธัญพืชตระกูลถั่ว

ถั่วและพืชตระกูลถั่วเป็นแหล่งโปรตีนจากพืชคุณภาพสูง มีใยอาหารสูง และมีดัชนีน้ำตาลต่ำ อาหารกลุ่มนี้ช่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ ลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และบำรุงหัวใจ…

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรทาน: ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วเลนทิล…

สามารถทานถั่วในมื้อหลักหรือมื้อว่างได้ แต่ควรปรุงแบบง่ายๆ เลี่ยงการเติมน้ำตาลหรือไขมันเลวเพิ่ม

2.4. ผลิตภัณฑ์จากนม

หลายคนเข้าใจผิดว่าคนเป็นเบาหวานต้องงดนมเด็ดขาด ซึ่งไม่จริงเสมอไป นมและผลิตภัณฑ์จากนมให้โปรตีน แคลเซียม และสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายหลายชนิด

ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรเลือก:

  • นมพร่องมันเนย หรือ นมขาดมันเนย
  • นมจืด
  • นมโภชนาการเฉพาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน

ในกลุ่มนี้ Glusure เป็นทางเลือกที่หลายคนวางใจ ด้วยสูตรที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง Glusure มีปริมาณน้ำตาลต่ำ เสริมใยอาหารละลายน้ำและสารอาหารที่สมดุล ซึ่งช่วย:

  • จำกัดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำตาลในเลือดหลังทาน
  • เติมพลังงานที่ดีต่อสุขภาพ
  • เหมาะสำหรับใช้เป็นมื้อว่างสำหรับผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2

การดื่ม Glusure อย่างถูกวิธี ควบคู่ไปกับการคุมอาหารตามหลักโภชนาการ จะช่วยให้ผู้ป่วยรักษาสุขภาพให้คงที่ได้ดียิ่งขึ้น

2.5. ธัญพืชไม่ขัดสี

ธัญพืชเต็มเมล็ด มีใยอาหารสูงและมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำกว่าแป้งขัดขาว

สิ่งที่ควรเลือกทาน: ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ขนมปังโฮลวีต ควินัว…

2.6. ไขมันดี

ไม่ใช่ไขมันทุกชนิดจะมีโทษเสมอไป ไขมันดีช่วยปกป้องหัวใจ ลดการอักเสบ และช่วยให้ร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินดีขึ้น…

แหล่งไขมันดี ได้แก่: น้ำมันมะกอก อะโวคาโด ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ วอลนัท

ควรจำกัดไขมันจากสัตว์และน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำหลายๆ ครั้ง

2.7. เบาหวานชนิดที่ 2 ควรกินอะไร? – สัตว์ปีกและปลา

โปรตีนไขมันต่ำช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยเบาหวานควรเน้นทานเนื้อไก่ลอกหนัง ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอเรล ปลาเฮิรร์ริง ซึ่งอุดมไปด้วยโอเมก้า-3… ควรจำกัดการทานเนื้อแดงติดมันและอาหารแปรรูปต่างๆ

 

3. อาหารที่ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ควรงด

นอกจากการเลือกทานสิ่งที่ถูกต้องแล้ว การหลีกเลี่ยงอาหารที่ไม่เหมาะสมก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี

3.1. เครื่องดื่มและอาหารที่มีน้ำตาล

นี่คือกลุ่มอาหารที่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเร็วที่สุด ผู้ป่วยเบาหวานควรจำกัดน้ำอัดลม ชานม กาแฟสำเร็จรูป ขนมหวาน ช็อกโกแลต น้ำผลไม้บรรจุขวด…

การบริโภคสิ่งเหล่านี้เป็นประจำจะทำให้คุมน้ำตาลยากและทำให้อาการของโรคแย่ลง

3.2. แป้งขัดขาว

แป้งขัดขาวผ่านกระบวนการที่เอาใยอาหารออกไปเกือบหมด ทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดอย่างรวดเร็ว

อาหารที่ควรจำกัด: ข้าวขาว, เส้นขนมจีน, เส้นก๋วยเตี๋ยว, บะหมี่, ขนมปังขาว…

ควรเปลี่ยนมาทานธัญพืชไม่ขัดสีแทนเพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำตาลจะพุ่งสูงหลังมื้ออาหาร

3.3. ไขมันทรานส์

ไขมันทรานส์ไม่เพียงแต่ทำลายสุขภาพหัวใจ แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนจากเบาหวาน

สิ่งที่ควรเลี่ยง: อาหารฟาสต์ฟู้ด ของทอดน้ำมันท่วม เบเกอรี่อุตสาหกรรม อาหารแปรรูป…

การรับประทานอาหารมีบทบาทสำคัญที่สุดในการควบคุมและทำให้อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ดีขึ้น การเลือกทานอาหารที่เหมาะสม ลดละเลิกของที่มีโทษ และการผสมผสานโภชนาการที่ถูกต้องอย่าง Glusure จะช่วยให้ผู้ป่วยรักษาระดับน้ำตาลให้คงที่ ยกระดับสุขภาพให้แข็งแรง และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนในระยะยาวได้ครับ